Home / หนังสือพิมพ์แนวประชา / 21 ล้านบาท กับการยื่นขอประกันตัว

21 ล้านบาท กับการยื่นขอประกันตัว

420อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ และคณะ นปช.แดงทั้งแผ่นดินซึ่งประกอบไปด้วย วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ , จ่าประสิทธิ์ และอีกหลายๆคนซึ่งผมจำชื่อไม่ได้ ได้เข้ามาเยี่ยมพวกเราในเรือนจำ เพื่อให้กำลังใจและแนวทางช่วยเหลือพวกเราในการยื่นขอประกันตัว จากการที่ได้พูดคุยกับ อ.ธิดา ผมสังเกตและเห็นว่าอาจารย์เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากเข้มแข็งกว่าหมอเหวงเสียอีก เพราะภาระที่อาจารย์แบกไว้บนบ่าทั้งสองข้างในฐานะแม่เมีย และผู้นำคนเสื้อแดงทั้งประเทศนั้นดูจะหนักหนาสาหัสและยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครั้งที่อาจารย์และหมอเหวงหนีเข้าป่าเสียอีก…

น้ำเสียงของอาจารย์หนักแน่นและจริงจังโดยมีม่านน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาคลอเบ้าเมื่อพูดถึงสถานภาพพวกเราเมื่ออยู่ในคุก

ผมเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ดีได้แต่มองด้วยความรู้สึกที่ขอบคุณและเห็นใจ อาจารย์หยุดพูดเป็นระยะเพราะความตื้นตันใจหรือความคับแค้นใจ ก็เหลือที่จะเดาแต่หยดน้ำตาที่ไกลเป็นทางอาบสองร่องแก้มของอาจารย์ นี่ซิมันทำให้พวกเราหลายคนกลั้นความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่เช่นกันโดยเฉพาะพวกผู้หญิง

ผมเองกลืนน้ำตาลงในอก เพื่อให้เป็นพลังใจใจการยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งหลายทั้งปวงต่อไป…ท้ายที่สุดก่อนที่จะอำลา อาจารย์เอ่ยกับพวกเราว่า

ต้องการให้ช่วยเหลืออะไรอีกไหม?

ทุกคนหันมามองผมเป็นทำนองว่าให้ผมพูดแทนพวกเราทุกคน

อาจารย์ครับ…แค่อาจารย์และคณะได้กรุณามาเยี่ยมเราในครั้งนี้ก็นับว่าช่วยพวกผมได้อย่างดีอยู่แล้ว อาจารย์อยู่ข้างนอกลำบากกว่าพวกเราอยู่ข้างใน อย่าให้พวกผมต้องรบกวนอาจารย์อีกเลย ถ้าพูดถึงเรื่องความทุกข์ยากลำบากกันทุกคนนั่นแหละโดยเฉพาะพวกผมทั้งหมดเป็นคนหาเช้ากินค่ำ เมื่อหัวหน้าครอบครัวต้องถูกจับกุมขังมาอยู่ในนี้ร่วมปีแล้วบางคนตกอยู่ในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด ลูกเต้าได้เรียนหนังสือ แม้แต่ตัวผมเองก็เช่นกัน…แต่เราไม่ยอมแพ้หรือคุกเข่าอ้อนวอนใครทั้งนั้น พวกเราเกิดมามันก็ทุกข์กันอยู่แล้ว ถ้าจะทุกต่อไปอีกก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะมันชาชินเสียแล้ว อย่าว่าแต่ขังเรามาแค่นี้เลยต่อให้ขังไปอีก 10 ปี หรือ 100 ปี พวกเราก็จะไม่ท้อ จะขอร่วมสู้ต่อไปอีก…กลัวก็แต่คนที่อยู่ข้างนอกเท่านั้นที่จะถอย ผมและคณะขอให้ทุกคนร่วมกันสู้ต่อไปอีก พวกเราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้ ถ้าผมไม่ท้อพวกคุณก็อย่าถอย

ผมพูดอะไรออกไปอีกหลายประโยค ซึ่งจำไม่ได้แล้วรู้แต่ว่าทุกคำพูดล้วนออกมาจากใจจริง ไม่ได้ตะเตรียมมาก่อนเลยผมพูดจบเห็นจ่าประสิทธิ์ก้มลงกราบบนพื้นห้องขัง

ผมขอกราบคารวะพวกท่านทุกคน นอกจากจิตใจที่มั่นคงและเข้มแข็งแล้วพวกท่านยังเป็นนักสู้ตัวจริงของพวกเราคนเสื้อแดง…ท่านเป็นวีรบุรุษ

อันที่จริงพวกเราทั้ง 21 คน ไม่สมควรจะได้รับคำชื่นชมว่าวีรบุรุษ หรือได้รับการก้มกราบเพราะนักสู้และวีรบุรุษที่แท้จริงคือ 91 ศพ ที่ถูกฝั่งกลบไปแล้วและอีก 2000 คน ที่ได้รับบาดเจ็บต่างหาก พวกเราเทียบไม่ได้เลยกับการเสียสละของท่านเหล่านั้น ผมถือว่าการก้มกราบครั้งนี้เป็นการคาราวะพวกท่านทั้งหลายโดยมีการเสียสละขิงท่านเหล่านั้น ผมถือว่าการก้มกราบครั้งนี้เป็นการคาราวะพวกท่านทั้งหลายโดยมีผมและเพื่อนๆเป็นตัวกลาง รับการคาราวะแทนก็แล้วกัน

หลังจากคณะอาจารย์ธิดากลับไปแล้วไม่นานพวกเราก็ได้ข่าวว่าแก่นนพ นปช.ส่วนกลางได้รับการประกันตัว โดยคนสำคัญเป็นตัวจักรในครั้งนี้ก็คือ

คุณวีระ มุสิกะพงศ์ ผู้ยึดมั่นในแนวทางสันติ-อหิงสา

คุณคณิต ณ.นคร อดีตอัยการสูงสุดหัวหน้าคณะ ค.อ.ป.

คุณสนั่น ขจรประศาสตร์ แมวเก้าชีวิตพญาชาละวัน แห่งเมืองพิจิตร

บุคคลทั้งสามได้ไปแถลงต่อศาล ต่อหน้าองค์คณะซึ่งมีทั้งหมด … คน ผลปรากฏออกมาว่า มีผู้เห็นด้วยในการให้ปล่อยตัวชั่วคราว …คน และผู้ไม่เห็นด้วย …. คน

แกนนำที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราวในครั้งนี้มีทั้งหมด 7 คน คือ

1.คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ

2.คุณกอแก้ว

3.คุณหมอเหวง

ประกายไฟที่ปลายอุโมงค์ที่ศาลอาญากรุงเทพ ส่องแสงกระพริบมาที่อุบลทำให้พวกเราเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง แม้จะริบหรี่เต็มทนได้มีการปรึกษาหารือกัน ระหว่างพวกเรากับทีมทนายโดยมีความเห็นร่วมกันว่า น่าจะมีการไต่สวนพิเศษเช่นเดียวกับที่กรุงเทพ โดยให้เชิญคณะจตุพร , ณัฐวุฒิ , อาจารย์ธิดา ,เสธสนั่น และคณะคณิต มาร่วมในการไต่สวนด้วย มีการเรียนปรึกษาท่านดาวน้อย นบนอบน้อม ผู้พิพากษาที่ดูแลคดีของพวกเราเพื่อขอให้ออกหมายเรียกบุคคลดังกล่าวให้

ท่านดาวน้อย ออกหมายเรียกให้เฉพาะคุณคณิต ณ.นคร คนอื่นๆท่านให้ติดต่อกันเองทางโทรศัพท์

นอกจากแกนนำ นปช. จากส่วนกลางพวกเราได้ติดต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดให้มาช่วยในการไต่สวนครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย

คุณสุทัศน์ เงินหมื่น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งติดต่อจะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

คุณสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด

คุณไอศูรย์ สังหนาท รองผู้กำกับการตำรวจ

คุณสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

โดยศาลนัดไต่สวนพิเศษในวันที่ 14 มีนาคม 2554 ในวันดังกล่าวคุณคณิต มาไม่ได้ได้ส่งคำให้การที่เคยให้ไว้ครั้งก่อนเมื่อขึ้นไต่สวนให้กับกลุ่ม นปช.มาแทน

คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิรการ เป็นตัวแทนของกลุ่ม นปช.

ฝ่ายตำรวจ รองฯไอศูรย์ พร้อม

ทางเรือนจำได้ส่ง นายประธาน ฤทธิ์ หัวหน้าส่วนควบคุมมาร่วมให้การไต่ส่วน

ผู้ว่าฯ นายสุรพล สายพันธ์ ไม่พร้อมที่จะมาร่วม ด้วยเหตุผลว่าติดราชการสำคัญ

คุณสุทัศน์ เงินหมื่น ติดต่อไม่ได้

ส่วนเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุพล ฟองงาม หายจ้อยไม่เห็นหน้าไม่รู้ว่าการสื่อสารไม่ดีหรือไม่ใส่ใจไม่อาจทราบได้ เห็นมีแต่ อดีต ส.ส.สมบัติ รัตโน อดีต ส.ส.กิติพงษ์ เทียมสุวรรณ และ ส.ส.วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ที่เข้าให้การช่วยเหลือ และดูแลเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา

การไต่สวนในวันนั้นทุกคนพูดดีมากเต็มไปด้วยเหตุและผล โดยมีคุณดาวน้อย นั่งฟังด้วยอาการสงบและสอบถามในบางประเด็น แต่งานนี้ต้องยกให้ รองฯไอศูรย์ ที่ถอดหัวใจออกมาพูดกับศาลเลย

630ผมร่วมประสานงานกับกลุ่มเสื้อแดงในเมืองอุบลมาเป็นเวลานาน ทุกกลุ่มได้มาพูดกันรู้เรื่องมีอะไรก็ปรึกษาหารือกันอยู่ตลอด พวกเขาแสดงออกภายใต้รัฐธรรมนูญและขอบเขตของกฎหมาย วันนั้นถ้าไม่มีการยิงผู้ชุมนุมก่อน ผมคิดว่าเรื่องคงไม่บานปลายเช่นนี้ สำหรับคุณพิเชษฐ์ ทาบุตดา หรืออาจารย์ต้อยก็เป็นสุภาพบุรุษมากผมรับราชการที่อุบลมาหลายปีแล้ว มีอะไรก็สื่อถึงกันได้ตลอดเวลา ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่จะเกิดอันตรายร้ายแรง ในวันที่เกิดเหตุถ้าผมไม่ถูกส่งตัวไปราชการที่กรุงเทพ คิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์เผาศาลกลางเกิดขึ้นเป็นแน่ หลังเกิดเหตุผมก็โทรประสานให้อาจารย์ต้องรอมอบตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีผมเองเป็นคนรับมอบตัวซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดี…

ในส่วนของทางเรือนจำหัวหน้าส่วนนายประธาน ฤทธิ์ลี ก็พูดชัดถ้อยคำชัดคำ อาจารย์ต้อยและกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมด มีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม อยู่ในระเบียบและกฎเกณฑ์ของทางเรือนจำ คดีพวกเขาเป็นคดีการเมืองไม่เหมือนคดีอาญาโดยทั่วไป เพราะฉะนั้นการที่กักตัวพวกเขาไว้รวมกับนักโทษคดีอุกฉกรรจน์ต่างๆ ไม่ว่าปล้นจี้ตีชิงวิ่งราวและคดียาเสพติด ถือว่าไม่เหมาะสมอีกทั้งในจำนวนเสื้อแดงทั้งหมดมีอยู่หลายคนที่เป็นผู้สูงอายุ และต้องได้รับการดูแลจากทางแพทย์เป็นพิเศษ เพราะในเรือนจำของเรามีแค่พยาบาลซึ่งดูแลการรักษาได้แค่เบื้องต้นเท่านั้น

ตามที่ได้สวบสวนและสืบค้นไประวัติของพวกเขาแล้ว ทุกคนล้วนมีบ้านเรือนอยู่ในจังหวัดอุบลฯ มีหน้าที่หารงานไม่ใช่คนเร่ร่อนหรือไร้อาชีพ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยที่จะให้ประกันตัวและปล่อยตัวพวกเขาเป็นการชั่วคราว…

หมอเหวง…ก็ให้การด้วยความสุภาพอ่อนน้อมและให้เกียรติท่านดาวน้อย ผู้พิพากษาอย่างสูงเพราะใช้สรรพนามเรียกขานท่าวว่า ใต้เท้า อยู่ตลอดคำให้การ

ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รายนี้ไม่ต้องห่วงอยู่แล้ว พูดชัดเจน เรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ให้ท่านดาวน้อยฟังอย่างเคลียร์ที่สุด และตอบคำซักถามได้ทุกประเด็น

หลังการไต่สวนเสร็จสิ้นลงแนวโน้มที่เราจะได้รับประกันตัวสูงมาก สมาชิกของเราในชุดแดงแลดูแดงเถือกไปทั้งบริเวณศาล อาหารถูกลำเลียงเข้ามาใต้ถุนศาลจนกินกันไม่หวาดไม่ไหว

คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และคุณหมอเหวง ถูกห้อมลอมโดยสมาชิกจนมองแถวไม่เห็นหัว และกระดิกตัวไปไหนไม่ได้

ขณะอยู่ด้วยกัน ผมถามถึงลูกชายของคุณณัฐวุฒิ แก่เล่าให้ฟังว่าก่อนจะไปพักยาวที่เรือนจำแกบอกลูกชายว่าจะไปทำงาน ที่นี้ถ้าจะออกจากบ้านไปไหนถ้าแกหลงพูดว่าจะไปทำงานอีกลูกชายจะกอดพ่อแน่น ไม่ยอมให้ไป…คงกลัวจะไปนานไม่กลับบ้านอีก

….สำหรับวันแรกที่กลับบ้านนอกจากจะนั่งคุยกับคุณจตุพรจนเกือบสว่างแล้ว คุณณัฐวุฒิ ยังใช้ฝ้าเท้าอันนุ่มๆของลูกชายน้อยคนที่สองลูบไล้ตามใบหน้าตัวเองไปมาเพื่อเป็นการรับขวัญลูกที่พ่อไม่ได้ทำหน้าที่มาตั้งแต่ต้น

ได้ฟังแล้วประทับใจมาก

แต่ถ้าจะให้ดีคุณณัฐวุฒิ น่าใช้ฝ่าตีนลูปหน้าไอ้พวกที่มันตั้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินความเป็นจริงบ้าง ทำนองว่า

หน้าอย่างพวกมึกเพราะกับส้นตีนกูมากกว่า อะไรทำนองนั้น…ผมคงติดคุกด้วยความสบายใจยิ่งขึ้น

ก่อนจากกันวันนั้นคุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ยื่นเงินปีกหนึ่งใส่มือป๊อกซ่า เพื่อส่งต่อมาให้ผม

อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย นี้เป็นเงินส่วนตัวของผมเอง ขอมอบให้อาจารย์ไว้ก็แล้วกัน…แล้วแต่อาจารย์จะจัดการตามเห็นสมควร

คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ทำให้ผมและสมาชิกจดจำไว้ไม่มีวันลืม…ที่ไม่ลืมไม่ใช่จำนวนเงินในบุ๊คที่เราแบ่งกันแล้วได้คนละ 1500.-บาท แต่เป็นน้ำใจที่มิตรจะพึงมีต่อมิตรด้วยน้ำใสใจจริง ตามประสาคนที่เคยติดคุกมาก่อน

การไต่สวนในวันนั้นนอกจากศาลจะนัดให้มาฟังคำตัดสินในอีก 15 วัน ข้างหน้ายังมีเหตุการณ์สำคัญที่ควรบันทึกไว้อีก 2 เหตุการณ์ คือ

หนึ่ง…คุณดาวน้อยนอบน้อม ผู้พิพากษาเจ้าของคดีถูกย้ายไปที่ศาลจังหวัดภูเก็ต หลังจากที่สอบพยานฝ่ายโจทย์เสร็จ 80 ปาก โดยที่ยังไม่ได้สอบพยานฝ่ายเราเลย

สอง…อัยการที่ดูแลคดีของพวกเราคือ นายธวัชชัย จิตต์สันติวงศ์ ถูกย้ายเข้าประจำที่กรุงเทพคนที่มาแทนคือ นาย…. ซึ่งย้ายมาจากบุรีรัมย์ ดินแดงของหมอผีเขมร

ทั้งสองกรณีที่ทำให้พวกเราหวั่นไหวกันพอสมควรเพราะไม่คิดว่าจะได้มีการเปลี่ยนม้ากันกลางศึกเช่นนี้ ที่สำคัญมีมือที่มองไม่เห็นอยู่เบื้องหลังหรือไม่

เดิมพันในการยื่นประกันตัวของพวกเราครั้งนี้สูงมาก(และมีความหวังสูงมากเช่นกัน)คือสูงถึง 21 ล้านบาท!

ทุกคนรอวันที่ 29 มีนาคมด้วยความใจจดใจจ่อ ผมจำได้ว่าวันนั้นพวกเราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อเข้าห้องน้ำเตรียมเนื้อเตรียมตัวและแต่งชุดเครื่องแบบราชทัณฑ์ไว้เรียบร้อย รอฟังประกาศให้ไปตีตรวนในเวลาเจ็ดโมงเช้า แต่แล้วจนรอดก็ไม่ได้ยินเสียงประกาศ จนเกือบเก้าโมงเช้าทุกอย่างเงียบผิดปกติพวกเราเริ่มรูถึงความไม่ปกติ…

ก่อนเที่ยงเจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่าให้พวกเราไปฟังวินิฉัยของศาลที่ฝ่ายควบคุม โดยผ่านระบบ วีดีโอคอมเฟอเร้น (หรือไต่สวนทางไกลโดยผ่านโทรทัศน์)

ได้ทราบข่าวเช่นนี้ ความมั่นใจในการจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หายไปเกือบหมดและก็เป็นไปดังคาด เมื่อศาลขึ้นบัลลังค์แล้วอ่านคำวินิฉัย…

…ศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีของจำเลยเป็นคดีใหญ่โทษสูงสุดคือประหารชีวิต ถ้าปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี จึงเห็นสมควรให้ยกคำร้อง…

อ่านเสร็จผู้พิพากษารีบเป็นเครื่องเสียง เก็บเอกสารแล้วก้าวลงจากบัลลังค์พวกเราทุกคนนิ่งเงียบ เหมือนโดนไฟฟ้าแรงสูงซ๊อด มันพูดอะไรไม่ออกบอกอะไรไม่ถูกเอาเสียเลย ผมหันไปเห็นน้ำตาคุณสุมาลีเอ่อล้นออกมา ทำให้เข้าใจจิตใจภายในได้เป็นอย่างดีร้องอรก็ไม่ต่างกันมากนัก อ้วน ‘สาวหล่อ’ ปัทมา มูลนิล สบดออกมาดังๆจนได้ยินกันถ้วนหน้าว่า

…หรือพวกมึงต้องการให้กูผูกคอตายเสียก่อนถึงจะปล่อยพวกกู!

เป็นน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความน้อยใจ หดหุ้ใจ…ซึ่งทำให้พวกเรารู้สึกสะเทือนใจกับรับบยุติธรรมของไทยเราเช่นกัน

โคตรแม่…ง มึง ทีไอ้พวกไล่ยิงคนกลับไม่ติดคุก พวกกูโดนยิงแท้ๆกับติดคุกไอ้พวกเฮงซวย! น้าดิษฐ์ อดไม่ได้เลยผรุสวาทคำนี้ออกมา

ทุเรศจริงๆ! ที่ไอ้พวกยึดธรรมเนียม แม่…ง มังได้รับการประกันตัว พวกกูไปชุมนุมเฉยๆแม่…ง มึงขังลืม … มึงไม่ดูพยายานหลักฐานก่อนหรือไงวะ

บุญเหรียญคำรามขึ้นบ้าง

…มึงจะขังพวกกูไว้ทำไม คนจนอย่างพวกกูจะหนีไปไหนไอ้พวก Y…E…S…แม่! บายวาริน เอ่ยขึ้นด้วยความหัวเสีย

ผมเองไม่ได้กล่าวห้ามปรามใดๆ อยากให้ทุกคนระบายความเก็บกดให้เต็มที่ ดีกว่าเก็บเอาไปภายใน…เพราะคนที่เก็บงำความรู้สึกเอาไว้ภายในมากๆ จะเป็นผลเสียกับตัวเขาเองมากกว่าผลดี

เจ้าหน้าที่เรือนจำหลายคนมาแสดงความเสียใจกับพวกเรา กลับมาที่เรือนนอนทุกคนนิ่งเงียบ แต่ในความเงียบนั้นมันเหมือนถูกไฟลุกใหญ่ ที่กำลังระอุคุกกรุ่นอยู่…รอวันปะทุขึ้นเท่านั้นเอง

ต่อไปคำว่าปรองดองในความหมายของไอ้อภิสิทธิ์ มันหมายถึงตาต่อตาฟันต่อฟันมึงทำกับกูได้ กูก็จะทำกับพวกมึงได้เช่นกัน ให้ไอ้พวกพรรคประชาธิปัตย์จำไว้ก็แล้วกันพวกกูคงไม่ได้ติดคุกไปจนตายหรอก กูจะจดจำวันนี้ไว้…

บอย วารินทร์ ซึ่งยังคงมีอารมณ์ติดค้างอยู่ได้ระบายกับเพื่อนๆ

มีลูกให้สอนลูกมรหลายให้สอนหลาน อย่าไปเลือกพวกมันอีกต่อไป ผมทำผิดจริงผมไม่ว่าจะเอาไปตัดหัวเลยก็ได้ แต่นี่ผมไม่ได้ทำอะไร

น้าดิษฐ์ได้ระบายออกมาบ้าง

ถ้ามันอยากให้อุบลเหมือนสี่จังหวัดภาคใต้ ก็ให้มันขังพวกเราต่อไปเถอะ พ่อตาผมฝากบอกไอ้ยะ มาว่าถ้าผมได้ออกไปจะมารับตัวไปอยู่กับพวกพูโล

หน่อย เสือพราน ผู้มีเมียเป็นมุสลิมภาคใต้ ชื่อยะ เอ่ยขึ้น

ไอ้ยะ มันมีญาติๆที่อยู่ในป่าหลายคนถ้าเราอยากได้มาเป็นพวกขังขอให้บอกมาเลยหน่อยเสนอความคิด แต่ผมไม่เห็นเพราะมันจะไปกันใหญ่ และผิดแนวทางหรืออุดมการณ์ของพวกเรา การใช้กำลังเข้าห้ำหันกันมันไม่เปิดผลดีกับใครทั้งนั้น ไม่มีใครชนะนอกจากจะพากันแพ้กันไปหมด

ต่อไปพสกเราไม่ต้องไปหวังอะไรกับขบวนการเฮงซวยพวกนี้ มันจะทำอะไรก็ให้มันทำไป อย่าให้ถึงทีของเราบ้างก็แล้วกัน ให้พวกเราจำเหตุการณ์ในวันนี้เอาไว้ให้เรามั่น วันข้างหน้าพวกเราจะตอบแทนมันอย่างสาสม!

โอ๊ด หนองไหล พูดขึ้นบ้าง

เราระบายความขัดข้องหมองใจ ออกสู้กันฟังจนถึงช่วงเย็นพี่ไอศูรย์ คุณกอแก้วและคณะทนายของเราขอเข้ามาเยี่ยม ต่างคนก็ต่างปลอบใจซึ่งกันและกัน(ทุกคนพยายามสะกดความรู้สึก)

คุณกอแก้วจากไปพร้อมฝากอาหารไว้ให้พวกเราหนึ่งหมื่นบาท เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆของผองเพื่อนเสื้อแดงที่ไม่ทอดทิ้งกัน จำนวนของเงินอาจจะไม่มากแต่คุณค่าของน้ำใจช่างใหญ่หลวงนัก บุญคุณครั้งนี้เราจะตอบแทนแน่นนอน…

และผมที่สุดคำตอบก็เหมือนเดิม

ผมลุกขึ้นยื่นเพื่อขอแถลงศาล ปรากฏว่าไมโครโฟนของศาลไม่ดัง แก้ไขกันอยู่ซึ่งขณะหนึ่ง ผมกำลังจะเริ่ม

…ข้าแต่ศาลที่เคารพ… ปรากฏว่าศาลลุกขึ้นปิดไมโครโฟนแล้วเดินออกจากบัลลังค์ไป

โห!… อะไรจะปานนั้น แค่จะฟังเราบ้างยังไม่ยอมเลย ผมหละเชื่อจริงๆ ศาลไทยผู้พิพากษาและประเทศไทย

ไชโย…ประเทศไทยไว๊ย!

เยเมน-ตูนีเซร-อียิปต์-ลิเบีย-บาร์เรนห์ จงเจริญ!

About khwan

รับเขียนเว็บไซต์ ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย (wifi) ทั่วราชอาณาจักร
Scroll To Top